เทคโนโลยีคลาวด์มาใช้พัฒนาชีวิต ธุรกิจ และการศึกษา

 

เรากำลังก้าวสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 โดยยุคที่ 1 เมื่อปี 1784 ยุคเครื่องจักรไอน้ำ , ยุคที่2 เมื่อปี 1870 ยุคระบบไฟฟ้า และยุคที่ 3 เมื่อปี 1969 ยุคของไอที ซึ่งอีกไม่นานเรากำลังก้าวสู่ยุคที่ 4 เรื่องของยุค cyber ยุควิเคราะห์รู้ล่วงหน้าคาดการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น

ด้วยเทคโนโลยีนี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และของงาน เช่น taxi ที่เมื่อก่อนต้องเป็นคนอาชีพ taxi เป็นคนขับรถรับส่งผู้โดยสาร แต่ตอนนี้มีบริการใหม่ยกตัวอย่างเช่น uber ที่ใครก็ได้ที่มีรถ มาเป็นผู้ให้บริการรับส่งผู้โดยสาร และ ไม่ต้องจ่ายเงินสดเพราะเมื่อถึงที่ปลายทางลงจากรถแล้ว ระบบจะตัดผ่านบัตรเครดิตเรา บริษัท uber ไม่มีรถสักคัน แต่ทำธุรกิจรถโดยสารได้ หรือบริการ airbnb ที่ไม่มีโรงแรมเป็นของตัวเองเลย แต่สามารถสร้างธุรกิจใหม่ได้ มีที่พัก 4 แสนกว่าแห่งเข้ามารวมกัน

สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นได้ เพราะ Internet connect เชื่อมต่อกันทุกที่ทุกเวลา คนเดินทางไปที่ไหน อินเทอร์เน็ตเข้าไปทุกที่ อินเทอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งที่จำเป็น ขาดไม่ได้

ในอนาคต ปี 2020 อาจเข้าสู่ยุค 5G ความเร็วสูง 10 Gbps แต่ไม่ใช่ speed ของอินเทอร์เน็ต แต่คือหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมและธุรกิจด้วย

ธุรกิจเหล่านี้ ( uber , airbnb ) เกิดขึ้นจาก 3 เทคโนโลยี คือ

Internet of Thing อุปกรณ์ต่างเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เช่น smartwatch , รองเท้าต่อเน็ตได้ ติดตามtrackได้ work มากสำหรับเด็ก , ส้อม บอก speed ในการทำอาหาร วิเคราะห์การทานอาหารได้ด้วย ในอนาคตจะมีอุปกรณ์ ประมาณ 5 หมื่นล้านชิ้น ประชากรโลก 6-7พันล้านคน เฉลี่ย 1 คน จะมีอุปกรณ์เหล่านี้ 6-7 ชิ้น ทั้งนี้อุปกรณ์ต่างๆต้อ แต่การที่จะทำงานต่อได้ ก็ต้องนำข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆนี้ไป Sync บน Cloud เมื่อข้อมูลอยู่บน cloud สิ่งที่ตามมาก็คือ Bigdata และ Analytics

Cloud Computing การประมวลผลบนก้อนเมฆ มีความเร็ว ความเสถียร ทุกอุปกรณ์ ทั้งพีซี โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน Cloud กำลังเปลี่ยนอุตสาหกรรมไอทีให้เหมือนอุตสาหกรรมไฟฟ้า ใช้มากจ่ายมาก ใช้น้อยจ่ายน้อย ไม่จำเป็นต้องลงทุนระบบไอทีทั้งหมด

BIG DATA Analytic การนำข้อมูลที่มีบน Cloud มาเป็นข้อมูลใหม่ที่สามารถวิเคราะห์หรือทำนายล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ

ทำให้คนที่ดูแลไอที นักพัฒนาซอตฟ์แวร์ ทำงานเปลี่ยนจากเดิม
คนใช้ไอทีเปลี่ยนแปลงการใช้งานจากเดิม
ผู้ขายระบบไอทีเปลี่ยนแปลงการขาย และสินค้าที่จะขาย เช่นจากขายซอฟต์แวร์ราคาเต็ม มาเป็นแบบจ่ายรายเดือน รายปีแทน

การใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์

13489_002หลายองค์กรกำลังใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลเพื่อดำเนินธุรกิจ ซึ่งหากไม่ใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกลิขสิทธิ์แล้วก็จะตกอยู่ในความเสี่ยง อย่างไรก็ตามสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทมากในการช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจป้องปรามและปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ รวมถึงลดจำนวนผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มวิธีและช่องทางการสื่อสารผ่านทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์โดยมุ่งให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งในด้านกฎหมายและความปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ส่งเสริมช่องทางเหล่านี้ให้เป็นเครื่องมือสำหรับประชาชน เพื่อใช้แจ้งเบาะแสการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อีกด้วย สำหรับการตรวจค้นจับกุมเกิดขึ้นหลังจากที่ตำรวจได้ออกโรงเตือนแล้วว่ากำลังจับตามองอุตสาหกรรมที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์สูง คือ กลุ่มโรงงานผลิตสินค้า รับเหมาก่อสร้าง และออกแบบ ซึ่งจากสถิติการร้องเรียนในประเทศไทยพบว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มาก

ปัจจุบันองค์กรธุรกิจหลายแห่งตระหนักดีว่าการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์นั้นผิดกฎหมาย แต่กลับละเลยและไม่ปรับเปลี่ยนวิธีปฏิบัติ ผู้บริหารจำเป็นต้องมีการบริหารเชิงรุกมากกว่าที่ผ่านมาในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศภายในองค์กร เพื่อให้แน่ใจว่าซอฟต์แวร์ที่กำลังใช้งานไม่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งเตือนองค์กรธุรกิจเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์และความปลอดภัยของระบบไอที องค์กรหลายแห่งกำลังทำให้ตัวเองตกอยู่ในความเสี่ยง เพราะอาชญากรไซเบอร์จะมองหาช่องโหว่ในการรักษาความปลอดภัยของระบบไอที และอาศัยช่องโหว่เข้าไปใช้ประโยชน์จากข้อมูลธุรกิจสำคัญซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร องค์กรธุรกิจอื่นๆที่ถูกเข้าตรวจค้นและดำเนินคดีอยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตซึ่งเป็นเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดสำหรับอาชญากรไซเบอร์

เพราะสื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลมากต่อสาธารณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังใช้เว็บไซต์และเฟซบุ๊คเพจเพื่อสื่อสารและให้ความรู้เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในภาพรวมแก่ประชาชน โดยสามารถเผยแพร่เนื้อหาที่เป็นประโยชน์และเพื่อให้ความรู้เรื่องความเสี่ยงจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในรูปแบบของอาชญากรรมไซเบอร์และรายงานประชาชนให้ทราบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องการเข้าตรวจค้นและดำเนินคดีกับองค์กรธุรกิจในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งเชื่อว่าช่องทางเหล่านี้จะทำให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในปัจจุบันได้มากขึ้น รวมถึงเข้าใจกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของไทยด้วย

พฤติการใหม่วัยรุ่นไทยกับโลกออนไลน์

ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์เข้ามีอิทธิพลมากขึ้นในสังคม ทั้ง Instagram ,Line, Facebook หรืออื่นๆ อย่างที่รู้กันว่าโลกในปัจจุบันของเรานั้นได้กลายเป็นโลกไซเบอร์ไปแล้ว ถ้าถามว่าเป็นไซเบอร์ยังไง วันนี้มีคำตอบมาให้ค่ะ

ในปัจจุบันนั้นโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาในหลายๆด้าน แต่ที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วและก้าวหน้ามากกว่าด้านอื่นๆคือทางด้านเทคโนโลยีไอทีค่ะ ต้องบอกเลยว่าเทคโนโลยีไอทีเข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่มากกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าตัว ทั้งโทรศัพท์ที่พัฒนาจนเทียบเท่าคอมพิวเตอร์ ไอแพด โทรทัศน์สั่งการด้วยเสียง จนไปถึงอีกหลายๆอย่างที่เอื้ออำนวยในการใช้ชีวิตเหลือเกิน

ทุกวันนี้โลกเรามีการใช้อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีไอทีจนเรียกว่าโลกออนไลน์ไปแล้วล่ะค่ะ การคุยกันผ่านโลกออนไลน์ทำให้ประหยัดค่าโทรในการโทรหากันไปได้เยอะเลยทีเดียว เพราะความสะดวกสบายแบบนี้ การคุยกันผ่านโลกออนไลน์จึงเป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะคุยผ่านแชท facebook, twitter หรือคุยผ่าน Application ต่างๆก็ยิ่งสะดวกมากไปกว่าเดิมอีก เช่น line, whatsapp, kakao talk, msn, skype, tango และอีกมากมายเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้แล้วพวกเกมส์ออนไลน์ต่างๆ ในปัจจุบันก็สามารถแชทคุยกันในระหว่างเล่นเกมส์ได้แล้วเหมือนกันค่ะ ต้องเรียกว่าเป็นที่กำลังนิยมมากด้วยซ้ำไป ลองหาสมัครสมาชิกพวก Application หรือเกมส์ออนไลน์ หรือเว็บไซต์สำหรับคุยกันผ่านอินเตอร์เน็ตดูนะคะ จะช่วยให้หลายๆอย่างในชีวิตประจำวันง่ายขึ้นและสะดวกขึ้นมาก นอกจากนี้แล้วยังได้ผ่อนความผ่อนคลายอีกด้วยค่ะ

ผู้ใหญ่ควรเข้าไปสัมผัสเรียนรู้ถึงวิถีชีวิตออนไลน์ของวัยรุ่น เข้าใจ และให้คุณค่า พร้อมทั้งเรียนรู้และปรับตัวกับการอยู่ร่วมกันของวัยรุ่นในโลกออนไลน์ ด้วยการเปิดใจให้กว้าง มองพื้นที่ออนไลน์เปรียบเสมือนอีกเวทีที่ให้วัยรุ่นได้แสดงศักยภาพ สร้างทักษะประสบการณ์ และสร้างตัวตนในสังคมออนไลน์ ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันเป็นเครือข่าย

ภัยที่มาจากโลกออนไลน์หรือโลกอินเทอร์เน็ต

อินเทอร์เน็ตถูกออกแบบมาเพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสาร แต่ด้วยขนาดของเครือข่ายที่ครอบคลุมผู้ใช้ทั่วโลกเกือบพันหกร้อยล้านคน ปริมาณข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้เกิดปัญหาในการใช้งานมากมาย ในแง่ของบุคคลที่เข้ามาใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อแสวงหาประโยชน์ ข้อมูลข่าวสารมากมายทั้งจริงและไม่จริง การหมิ่นประมาท การฉ้อโกงรูปแบบต่างๆ ที่เกิดในโลกปกติก็เกิดบนโลกออนไลน์ด้วย

การติดต่อกับคนแปลกหน้า ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด เพราะการติดต่อกันบนอินเทอร์เน็ตอาศัยเพียงการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันเป็นหลัก จึงอยู่บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ การเชื่อในข้อความหรือรูปภาพที่ได้รับ ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์หรืออันตรายที่คาดไม่ถึง เป็นต้นว่า เพื่อนแช็ตของเราแทนที่จะเป็นเด็กรุ่นเดียวกัน เมื่อนัดพบจริงๆ กลับกลายเป็นคนแก่รุ่นพ่อ

เราจึงควรระมัดระวังเรื่องของการให้ข้อมูลส่วนตัวกับคนแปลกหน้า อย่าเชื่อข้อมูลหรือสิ่งที่ได้อ่านหรือได้เห็นบนอินเทอร์เน็ตง่ายๆ และที่สำคัญคืออย่านัดพบกับคนแปลกหน้าโดยเด็ดขาด หลายกรณีที่เกิดขึ้นคือเด็กสาวหลงเชื่อเพื่อนแช็ตแล้วนัดพบกันจึงโดนข่มขืนทำร้าย ในบางกรณีแม้เด็กสาวไม่ยอมให้นัดพบ แต่คนร้ายมาดักรอที่หน้าสถานศึกษา เนื่องจากมีการแลกเปลี่ยนรูปถ่าย บอกชื่อสถานศึกษา และให้เบอร์โทรศัพท์ไประหว่างการแช็ต

เนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต มีทั้งที่สร้างสรรค์และตรงกันข้าม ข้อมูลบางอย่างขัดต่อกฎหมาย วัฒนธรรม ศีลธรรม และมาตรฐานอันดีงามของสังคม บนอินเทอร์เน็ตมีเว็บไซต์ลามก ภาพความรุนแรง มีการเล่นพนัน โฆษณาชวนเชื่อ ข้อมูลโน้มน้าวชักจูง หรือกระทู้วิพากวิจารณ์แรงๆ การรู้จักเลือกบริโภคในสิ่งที่เป็นประโยชน์ย่อมทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ในขณะเดียวกัน การแสดงออกทางความคิดก็ควรกระทำด้วยความสุภาพ รู้จักเปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เคารพให้เกียรติผู้อื่นด้วยเช่นกัน

การกระทำผิดกฎหมาย เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาบนอินเทอร์เน็ต บางครั้งผู้ใช้กระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น ดาวน์โหลดเพลงมาฟัง ส่งต่อคลิปวิดีโอ โพสต์กระทู้วิจารณ์ดาราดัง ประกาศขายไต ฯลฯ หากเพลงที่ดาวน์โหลดมาฟังนั้นเป็นเพลงที่ละเมิดลิขสิทธิ์มาก็เท่ากับเราทำผิดกฎหมายด้วย การส่งต่อคลิปวิดีโอหรือเขียนกระทู้ที่ทำให้มีผู้เสียหายก็เป็นความผิด การประกาศขายไตของเราเองก็ผิดกฎหมายห้ามซื้อขายอวัยวะ มิจฉาชีพยังใช้อินเทอร์เน็ตในการฉ้อโกงเราด้วย เช่น การเปิดเว็บไซต์ปลอมเพื่อลวงเอาหมายเลขบัตรเครดิต โพสต์กระทู้เชิญชวนให้ซื้อโทรศัพท์มือถือราคาถูกซึ่งไม่มีอยู่จริง การส่งโปรแกรมโจมตีระบบคอมพิวเตอร์หรือขโมยข้อมูลผู้อื่น เหล่านี้เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

การใช้เวลามากเกินไปบนโลกออนไลน์ ย่อมทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย จิตใจ หน้าที่การงาน และผลเสียทางด้านสังคม

ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนเรา หลายๆ ด้าน

ปัจจุบันสังคมไอทีหรือยุคที่มีความก้าวล้ำทางด้านเทคโนโลยีของเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ที่เป็นศูนย์รวมของการเชื่อมโยงโลกในปัจจุบันไปยังโลกแห่งอนาคต ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์เราเป็นอย่างมาก อาจกล่าวได้ว่าการสืบค้นข้อมูลที่เราต้องการ สามารถกระทำได้โดยง่ายเพียงแค่รู้จักใช้อินเตอร์เน็ตให้ถูกต้องและเหมาะสมต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กหรือสิ่งใหญ่ข้อมูลก็จะปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเราให้เลือกใช้อย่างอย่างมากมายเลยทีเดียว จนทำให้เครือข่ายการใช้งานอินเตอร์เน็ตได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของมนุษย์เราไปแล้ว

เครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ความบันเทิงไว้จำนวนมหาศาล เปรียบเสมือนกับห้องสมุดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อินเตอร์เน็ต มีกำเนิดจากเหตุผลทางด้านการทหารของประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาได้สนับสนุนโครงการเครือข่ายที่มีชื่อว่า “อาร์พาเน็ต” อันเกิดจากความร่วมมือ กันระหว่างมหาวิทยาลัยชื่อดัง 4 แห่ง เครือข่ายดังกล่าวก็เป็นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ซึ่งมีประโยชน์มากทั้งทางด้านการศึกษาและการทหาร ภายหลังองค์กรและบริษัทต่างๆ ก็เล็งเห็นประโยชน์ ในการใช้เครือข่ายให้เป็นประโยชน์ จึงได้ขอดำเนินการเชื่อมเครือข่ายของตนเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันทำให้ขนาดของเครือข่ายขยายขอบเขตจนครอบคลุมทั่วโลกดังที่เป็นอยู่ใน ปัจจุบันและได้เรียกชื่อ เครือข่ายดังกล่าวใหม่ว่า “เครือข่ายอินเตอร์เน็ต”
การติดต่อกันระหว่างคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ตสามารถติดต่อกันได้โดยอาศัยโปรโตคอล TCP/IP ซึ่งในระดับกายภาพภายในเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะใช้หมายเลข ไอพีแอดเดรสในการอ้างอิงถึงคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายซึ่งหมายเลขไอพีจะเป็นเลขขนาด 32 บิต เครื่องแต่ละเครื่องจะต้องมีหมายเลขไอพีที่ไม่ซ้ำกันเลย สำหรับผู้ใช้สามารถใช้ระบบชื่อโดเมน อ้างอิงถึงคอมพิวเตอร์แทนหมายเลขไอพีก็ได้ เนื่องจากสามารถจดจำได้ง่ายกว่าหมายเลขไอพี

ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน
ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลก่อให้เกิดประโยชน์มากมายได้แก่
1. ด้านการติดต่อสื่อสาร เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล การส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือการพูดคุยด้วยการส่งสัญญาณภาพและเสียง
2. เป็นระบบสื่อสารพื้นที่จำลอง (Cyberspace) ไม่มีข้อจำกัดทางศาสนา เชื้อชาติ ระบบการปกครอง กฎหมาย
3. มีระบบการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต- สามารถค้นหาข้อมูลในด้านต่างๆ ได้ผ่านบริการ World Wide Web
4. การบริการทางธุรกิจ เช่น สั่งซื้อสินค้า หรือการโฆษณาสินค้าต่างๆ
5. การบริการด้านการบันเทิงต่างๆ เช่น การดูภาพยนตร์ใหม่ๆ การฟังเพลง ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต การเกมออนไลน์ เป็นต้น

การนำอินเตอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้ในหน่วยงานต่างๆ

pereny.info

ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนเราหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงานหรอด้านความบันเทิง ซึ่งอินเตอร์เน็ตยังช่วยในการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ การทำงาน การศึกษาหาความรู้ ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมปัจจุบันดีขึ้น นอกจากนี้หน่วยงานราชการต่างๆ ก็นำเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบคอมพิวเตอร์ เข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ในการติดต่อประสานงานกับทางราชการ ในธุรกิจการโรงแรม ก็ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการลูกค้าผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต เพราะสามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ยังนำมาประยุกต์ใช้กับด้านการศึกษา ห้างสรรพสินค้า ด้านสาธารณสุขและการแพทย์ รวมทั้งด้านการสื่อสาร และสำนักงาน อีกมากมาย
– สำหรับด้านการศึกษา โดยการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเรียน การสอน มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่หลายอย่าง สอนด้วยสื่ออุปกรณ์ที่ทันสมัย ห้องเรียนสมัยใหม่ รูปแบบของสื่อที่นำมาใช้ในด้านการเรียนการสอน ก็มีหลากหลาย
– สำหรับห้างสรรพสินค้า โดยใช้ในการทำงาน อย่างเช่น เครื่องอ่านบาร์โค้ด เครื่องคิดเงิน การรูดบัตรการทำงานของพนักงาน เพราะพนักงานห้างสรรพสินค้าค่อนข้างจะมาก การเช็คสต๊อคสินค้า
– สำหรับด้านสาธารณสุขและการแพทย์ ซึ่งนำมาใช้ในด้านการลงทะเบียนผู้ป่วย การทำบัตร การทำประวัติผู้ป่วย การจ่ายยา การชำระเงิน และยังเป็นเครื่องมือให้กับแพทย์ผู้รักษา ซึ่งปัจจุบันนี้การตรวจรักษาของแพทย์นั้นมีการใช้ระบบสารสนเทศเข้ามาช่วย โดยที่แพทย์ตรวจเสร็จก็สามารถสั่งยาผ่านระบบได้เลย
– สำหรับด้านการสื่อสาร เพราะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั้งภาพและเสียงได้ทุกที่และทุกเวลา
– สำหรับด้านสำนักงาน โดยการนำระบบอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการจัดเก็บเอกสารสำคัญต่างๆ จัดเข้าข้อมูลรายละเอียดต่างๆ
การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน รัฐบาล เอกชน รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าของธุรกิจส่วนตัวก็ตาม ล้วนแล้วแต่นำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนช่วยในการบริหารจัดการงานเนื่องจากมีความทันสมัย รวดเร็ว รู้ทัน รอบคอบและสามารถตรวจสอบได้และยังช่วยลดเวลาในการทำงานให้น้อยลง แต่ได้ผลผลิตมากขึ้น เช่น การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยคิดบัญชี การสร้างกราฟ แผนภูมิ ออกแบบงานลักษณะต่างๆ แต่ระบบคอมพิวเตอร์ก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน เพราะการจ้องมองคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ มีผลเสียต่อสายตาซึ่งทำให้สายตา ผิดปกติ มีอาการแสบตา เวียนศรีษะ นอกจากนั้นยังมีผลต่อสุขภาพจิตอีกด้วย ดังนั้นจึงควรใช้งานอย่างพอเหมาะพอควรเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การประยุกต์แบบมัลติมีเดียบนอินเทอร์เน็ตมีมากมายตั้งแต่การใช้ในระบบสื่อสารระหว่างกัน

17

เนื่องจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ขยายกว้างขวางออกไปอย่างรวดเร็ว โครงสร้างพื้นฐานทางด้านระบบสื่อสารโทรคมนาคม จึงต้องพัฒนาให้สามารถรองรับได้อย่างเหมะสมกับปริมาณการใช้ข้อมูลข่าวสาร การประยุกต์ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการประยุกต์ใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ เริ่มแรกจากการรับส่งข้อมูลข่าวสารด้วยตัวหนังสือ ต่อมาจึงมีการพัฒนาให้ใช้ข้อความ และรูปภาพกราฟิก เมื่อระดับความสามารถของระบบคอมพิวเตอร์ดีขึ้น คือ สามารถประมวลผล รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และวิดีโอได้เป็นอย่างดี ไมโครคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจึงเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานกับสื่อประสมได้หลายสื่อ เราเรียกสื่อประสมหลายสื่อนี้ว่า มัลติมีเดีย

หากพิจารณาที่เครื่องคอมพิวเตอร์แบบมัลติมีเดียจะพบว่า คอมพิวเตอร์มีระดับความสามารถของซีพียู ที่คำนวณได้รวดเร็วมากขึ้น มีหน่วยความจำซึ่งเก็บข้อมูลได้มาก รวมถึงหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง เช่น ฮาร์ดดิสก์ และซีดีรอมที่มีความจุเพิ่มขึ้น การแสดงผล ก็ได้ภาพที่ละเอียด และมีจำนวนสีมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้ การประยุกต์ใช้งานอินเทอร์เน็ต จึงได้รับการพัฒนา เพื่อให้ใช้งานบนระบบเวิลด์ไวด์เว็บที่เก็บข้อมูลข่าวสารในรูปแบบมัลติมีเดีย คือ มีการเก็บภาพเสียง และข้อมูลแบบวิดีโอ ผู้ใช้สามารถเรียกภาพและวิดีโอเหล่านี้ มาแสดงผลบนเครื่องของตนเองได้

การประยุกต์แบบมัลติมีเดียบนอินเทอร์เน็ตมีมากมาย ตั้งแต่การใช้ในระบบสื่อสารระหว่างกัน เช่น การส่งข้อความและเสียง ในรูปแบบเมล์เสียง (Voice mail) การโต้ตอบพูดคุยผ่านอินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า อินเทอร์เน็ตโฟน การประชุมบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Net Meeting) การประยุกต์ในเรื่องการกระจายสัญญาณบนเครือข่าย เช่น การตั้งสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ และกำลังพัฒนาเป็นเว็บทีวี กล่าวคือ สามารถส่งทีวีไปบนเครือข่าย โดยผู้ชมได้บราวเซอร์เรียกชมได้

การใช้งานอินเทอร์เนตในเชิงพาณิชย์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทุกวันนี้บริษัทต่างสนใจสร้างโฮมเพจของตนเอง ไว้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การทำธุรกิจบนอินเทอร์เนตเริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้น ตั้งแต่การค้าร้านขายของเป็นชอปปิ้งมอลล์ จนถึงร้านค้าปลีก โดยมีรายการสินค้าให้เลือกซื้อ แนวโน้มการทำธุรกิจบนเครือข่ายจะเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่การนำเอาเอกสารเผยแพร่โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า การให้บริการข้อมูลข่าวสาร การสนับสนุนบริการลูกค้าในลักษณะให้คำปรึกษา ตลอดจนการโต้ตอบจดหมาย และแก้ไขปัญหา เมื่อลูกค้ามีปัญหาให้แก้ไข สิ่งที่สำคัญ และกำลังได้รับการความสนใจในวงการธุรกิจคือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการสร้างระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียก ว่า ดิจิตอลแคช การโอนย้ายเงินระหว่างธนาคาร ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้น การทำธุรกิจโดยใช้เครือข่ายเชื่อมโยง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน จะมีบทบาทที่สำคัญต่อไป

การใช้ Facebook เป็นศูนย์แห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา


Facebook เป็นศูนย์แห่งการเรียนรู้ที่ยังคงเฟื่องฟูและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจึงส่งผลให้สถานศึกษาต่างๆ นำ เฟซบุ๊กไปประยุกต์ใช้เป็นศูนย์แห่งการ เรียนรู้ในสถานศึกษาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแบ่งปันข้อมูลด้านวิชาการในการเรียนการสอนรวมถึงการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างครูผู้สอนกับครูผู้สอน ระหว่างครูผู้สอนกับผู้เรียน และผู้เรียนกับผู้เรียน

การนำเฟซบุ๊กไปประยุกต์ใช้เพื่อการศึกษาและเป็นศูนย์แห่งการเรียนรู้ในสาขาวิชาต่างๆ มากมาย ยิ่งกว่าไปนั้น เฟซบุ๊กได้เป็นสื่อสังคมยอดนิยมสำหรับครูผู้สอน สรุปได้ว่า ครูผู้สอนร้อยละ 57 นิยมใช้เฟซบุ๊กในด้านส่วนตัวและครูผู้สอน ร้อยละ 30 ใช้เฟซบุ๊กในด้านวิชาชีพ เหตุผล 4 ประการที่ครูผู้สอนควรพิจารณาเลือกใช้เฟซบุ๊กเป็นศูนย์แห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา
1.  การพัฒนาด้านภาษาซึ่งครูผู้สอนและผู้เรียนจำเป็นต้องใช้เฟซบุ๊กในการติดต่อสื่อสารและแสดงความเห็นต่างๆ เกี่ยวกับวิชาที่เรียนบนเฟซบุ๊ก ทั้งนี้ การใช้ เฟซบุ๊กเป็นประจำในการเขียนและอ่านข้อความต่างๆ จะช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกการเขียน การสะกดคำ และการใช้ไวยากรณ์ที่ถูกต้อง
2. การสื่อสารระหว่างบุคคลซึ่งเป็นสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครูผู้สอนกับครูผู้สอน ระหว่างครูผู้สอนกับผู้เรียน และผู้เรียนกับผู้เรียนในการติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้เรียนกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นต่างๆ มากยิ่งขึ้น
3. การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มซึ่งเฟซบุ๊กเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ ผู้เรียนผู้ใดผู้หนึ่งจะต้องรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายร่วมกับผู้เรียนผู้อื่นเป็นกลุ่ม ซึ่งเป็นการฝึกทักษะการเป็นผู้นำและการเป็นผู้ตาม
4. เพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ซึ่งการใช้เฟซบุ๊กในการเรียนการสอน จะช่วยผู้เรียนมีความสนใจและมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ๆ

จะเห็นได้ว่า เฟซบุ๊กเป็นศูนย์แห่งการเรียนรู้และเป็นห่วงโซ่การศึกษาขนาดใหญ่ที่ทรงประสิทธิภาพในการเรียนรู้แบบไร้ขีดจำกัด ซึ่งครูผู้สอนและผู้เรียนสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ ทุกเวลา ตลอดวันละ24 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 7 วัน ฉะนั้น ผู้บริหารการศึกษาจึงควรกำหนดแนวปฏิบัติในการใช้เฟซบุ๊กอย่างเหมาะสมเพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านการใช้เฟซบุ๊กไปในทางที่ผิดหรือด้านการก่อให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงแก่สถานศึกษา ยิ่งกว่านั้น ผู้บริหารการศึกษาจำเป็นต้องพัฒนานโยบายการใช้เฟซบุ๊กที่มีอยู่เป็นระยะๆ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์และยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

ข้อดีของการใช้เฟซบุ๊กเพื่อการเรียนการสอน
1.สื่อสารถึงนักศึกษาได้อย่างรวดเร็วกว่าการใช้อีเมลล์หรืออีเลิร์นนิ่ง
2.ส่งเสริมการกระตุ้นให้นักศึกษาได้แบ่งปันความรู้ แลกเปลี่ยนความคิดได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
3.นักศึกษามีความสะดวกในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร

รายการโทรทัศน์บนอินเทอร์เน็ต สื่อทางเลือกใหม่ของความหลากหลาย

ยุคนี้เป็นยุคของการสร้างคอนเทนต์ ทุกคนสามารถผลิตเนื้อหาสาระ โดยการนำเรื่องราวต่างๆ รอบตัว มาผลิตเป็นรายการโทรทัศน์อย่างง่ายๆ ผลิตคอนเทนต์ตามเรื่องราวที่ตนเองสนใจและอยากแชร์ ผ่านสื่อต่างๆอย่าง บล็อก โซเชียลมีเดีย ถ่ายวีดีโอเอง อัพโหลดผ่าน Youtube สร้างเป็นรายการโทรทัศน์ของตนเอง เพื่อให้ผู้ที่สนใจรับชมเป็นตอนๆ โดยไม่มีโฆษณาคั่น…

และด้วยความที่เทคโนโลยีพัฒนาไปไกลขึ้น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีความเร็วและเสถียรมากขึ้น เครือข่าย 3G ให้บริการครอบคลุมมากขึ้น จึงเป็นโอกาสของผู้ผลิตคอนเทนต์ ที่จะป้อนรายการที่มีเนื้อหาสาระ โดยนำเนื้อหามาจากผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ และมีแนวทางในการนำเสนอที่แปลกออกไป ฉีกจากกรอบของรายการโทรทัศน์ปกติ ทำให้สามารถนำเสนอคอนเทนต์ที่หลากหลายและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นสื่อรายการโทรทัศน์ในรูปแบบใหม่ สามารถนำเสนอเรื่องราวได้มากกว่ากรอบข้อจำกัดของการเผยแพร่รายการโทรทัศน์บนฟรีทีวีหรือเคเบิลทีวีแบบเดิมๆ

ตั้งแต่ต้นปีมีการเปิดตัวบริการรับชมรายการโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้อย่างเราๆ มีทางเลือกมากขึ้น จากปกติที่รับชมรายการโทรทัศน์ผ่านฟรีทีวี ที่มีการจำกัดเวลาในการออกอากาศรายการต่างๆ แน่นอน ก็มีการนำเสนอผ่านเคเบิลทีวี ที่มีการบอกรับค่าสมาชิก หรือจ่ายครั้งเดียวโดยติดจานรับสัญญาณดาวเทียม และที่เพิ่มขึ้นมาก็คือ บริการบอกรับและรับชมรายการโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยอาศัยปัจจัยสนับสนุนจากอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่มีอยู่ทุกบ้านเป็นตัวนำสัญญาณ และมีกล่องแปลงสัญญาณเข้ากับจอโทรทัศน์ หรือจอ LCD, LED, Plasma และด้วยความที่จอมีราคาถูกลง อย่างจอ LCT TV 32 นิ้ว สามารถหาซื้อได้ในราคาไม่ถึงหมื่น รวมไปถึงการที่สื่ออื่นๆ เป็นทางเลือก และทางออกของรายการโทรทัศน์ฟรีทีวี ที่ปกติมีการกำหนดเวลาออกอากาศที่แน่นอน การรับชมแบบ On Demand จึงเกิดขึ้น หลายๆคนพลาดชมรายการใด ก็เข้าไปรับชมได้ผ่าน Youtube ได้ และสามารถซื้อรายการที่สนใจรับชมแบบ On Demand ได้ เพื่อรับชมในเวลาที่ว่าง รายการโทรทัศน์บนอินเทอร์เน็ตจึงเป็นทางเลือกในการรับชม

อินเตอร์เน็ตคือตัวอย่างหนึ่งของทางด่วนสารสนเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

1

ในปัจจุบันนี้ผู้ใช้หลายคนเข้าใจว่า ทางด่วนสารสนเทศกับอินเตอร์เน็ต เป็นสิ่งเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงนั้นทางด่วนสารสนเทศหรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ไอเวย์ หมายถึง โครงสร้างพื้นฐาน ของระบบโทรคมนาคมในการรับส่งข้อมูลดิจิตอลที่มีความเร็วและมีความเชื่อถือได้ ตลอดจนมีความปลอดภัยสูงพอที่จะรองรับข้อมูลจำนวนมหาศาลจากผู้ใช้ทั้งประเทศหรือแม้กระทั่งโลก ส่วนอินเตอร์เน็ตก็คือต้นแบบของทางด่วนสารสนเทศที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันนั่นเอง

ทางด่วนสารสนเทศจะเป็นระบบคมนาคมสื่อสาร ที่สามารถให้บริการติดต่อสื่อสารได้ทุกรูปแบบและรวดเร็ว สิ่งที่วิ่งอยู่บนทางด่วนสารสนเทศอาจเป็นได้ทั้งภาพ เสียง หรือข้อมูล ส่วนการติดต่อสื่อสารสามารถเป็นได้ทั้งแบบโต้ตอบสองทางเช่นเดียวกับการใช้โทรศัพท์ หรือแบบทางเดียวเช่นเดียวกับการแพร่ภาพของสัญญาณโทรทัศน์และการกระจายเสียงของสัญญาณวิทยุ แนวความคิดในการสร้างทางด่วนสารสนเทศก็คือการนำเอาเครือข่ายของโทรศัพท์ โทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์มารวมกัน เพื่อเสริมจุดเด่นและแก้จุดด้อยของแต่ละเครือข่าย รวมทั้งมีการกำหนดว่าสัญญาณที่ใช้ต้องเป็นสัญญาณแบบดิจิตอลเท่านั้น เพราะมีสัญญาณรบกวนน้อยมาก

เมื่อมีทางด่วนสารสนเทศ ในอนาคตสภาพบ้านเรือนและสำนักงานจะเปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ โทรศัพท์ โทรทัศน์ ตลอดจนเครื่องคอมพิวเตอร์ จะมีสายต่อเชื่อมเข้ากับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ใช้แยกสัญญาณต่าง ๆ ในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่น ๆ ทั่วโลก อุปกรณ์นี้จะเชื่อมต่อไปยัง หน่วยบริการท้องถิ่น ซึ่งทำหน้าที่แทนชุมสายโทรศัพท์ท้องถิ่นในปัจจุบัน และหน่วยบริการท้องถิ่นก็จะมีสายเชื่อมต่อกับทางด่วนสารสนเทศที่ผ่านเมืองนั้น เครือข่ายทั้งหมดจะรวมกันเครือข่ายขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งโลก ทำให้การติดต่อสื่อสาร ตลอดจนการทำธุรกิจต่าง ๆ สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องก้าวออกจากบ้านหรือสำนักงานเลย

อินเตอร์เน็ตคือตัวอย่างหนึ่งของทางด่วนสารสนเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเป็นทางด่วนที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปถึงศักยภาพในการเติบโตเป็นชุมชนขนาดใหญ่ของอินเตอร์เน็ต โดยปัจจุบันนี้อินเตอร์เน็ตมีการเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์นับล้านระบบและมีผู้ใช้หลายสิบล้านคน ซึ่งเทียบประชากรอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันได้กับประชากรของประเทศไทยทั้งประเทศ และที่สำคัญก็คือรายได้เฉลี่ยของประชากรอินเตอร์เน็ต จะสูงกว่ารายได้เฉลี่ยของประชากรประเทศใด ๆ ในโลก